รวม 20 ขนมปังที่คุณไม่เคยทาน

ปังมาก! รวมขนมปัง 20 ชนิดที่คุณอาจไม่รู้จัก

รู้หรือไม่ว่าขนมปัง มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 3000 ปี (ก่อนเริ่ม ค.ศ. เสียอีก) ความรู้เกี่ยวกับการทำขนมปัง ได้แพร่หลายจากอียิปต์ไปสู่ภูมิภาคต่างๆ ทางแถบเมดิเตอเรเนียน โดยเชื่อกันว่าเกิดตั้งแต่ในสมัยอียิปต์โบราณและมีการแบ่งเพียง 2 ประเภทด้วยกันคือ

  1. ขนมปังแบบที่ขึ้นฟูมีฟองอากาศภายใน ที่รับประทานกันทั่วๆ ไป
  2. ขนมปังแบบ Matzos มีลักษณะแบนเรียบ นำมารับประทานกันในโอกาสพิเศษทางศาสนาเท่านั้น

ประวัติศาสตร์ขนมปังอันยาวนาน

ตามบันทึกชาวกรีก ซึ่งเป็นกลุ่มคนแรกๆ ที่ได้เรียนรู้การทำขนมปังที่ขึ้นฟู มาจากกลุ่มโพนิเซียน (1000 ปี ก่อนคริสต์กาล) วิวัฒนาการในศิลปะการทำขนมปังก้าวหน้าเป็นอย่างมาก ชนชาติกรีกได้ประดิษฐ์หินโม่แป้งสาลี และผลิตแป้งออกมาถึงสี่ชนิด ซึ่งชนิดหนึ่งนั้นเป็นแป้งสาลีชนิดขาว (White flour) และได้ดัดแปลงเตาอบแบบอียีปต์โบราณ มาเป็นเตาอบแบบใช้อิฐก่อเป็นรูปโดม และปัจจุบันขนมปังก็เป็นที่นิยมของทุกคนและมีการดัดแปลงใส่ส่วนผสมอื่นๆ ให้หอม หวาน ยั่วยวนใจ และหน้าตาสวยงาม จึงขอนำพาทุกคนมารู้จักขนมปังทั้ง 20 ชนิดด้วยกัน!!

1. ขนมปังปอนด์ขาว (white bread)

ขนมปังขาวเป็นขนมปังที่หาทานง่ายที่สุด จะมีเนื้อขาวเนียนนุ่ม ส่วนใหญ่มักจะใส่ เนย น้ำตาลและเกลือเป็นส่วนผสมเพื่อให้รสชาติกลมกล่อม และจะมีรูพรุนเป็นฟองอากาศด้านในตัวขนมปังกำลังดี เป็นขนมปังที่ทำง่ายที่สุดก็ว่าได้

2. ขนมปังโฮลวีต (wheat bread)

ขนมปังโฮลวีตทำมาจากแป้งไม่ขัดสี และแป้งขัดขาว (แป้งสาลี) ในอัตราส่วนอย่างละครึ่ง ขนมปังโฮลวีตส่วนมากทำขึ้นมารับประทานกับอาหารเพื่อสุขภาพ หรือผู้ที่ต้องการลดคาร์โบไฮเดรต

3. ขนมปังธัญพืช (whole grain bread)

ขนมปังชนิดนี้จะเหมาะกับผู้ที่รักสุขภาพเป็นอย่างมาก เพราะได้แร่ธาตุวิตามินจากธัญพืช ในบางผู้ผลิตพยายามลดการใช้กลูเตน สำหรับคนที่แพ้ และเลือกใส่ธัญพืชต่างๆ ได้ เช่น ข้าวโอ๊ต เมล็ดทานตะวัน งาดำ งาขาว ฯลฯ

4. ขนมปังไรย์ (rye bread)

ขนมปังไรย์ ทำมาจากแป้งไรย์ คือแป้งที่มีคุณภาพดีต่อสุขภาพมากที่สุดในแป้งทุกชนิด และมีใยอาหารและไฟเบอร์สูงมาก การทำขนมปังไรย์นั้นจึงมีความยากกว่าการทำขนมปังจากแป้งชนิดอื่น เนื่องจากมีเนื้อที่แน่น หนัก นวดแล้วตัวแป้งมักจะไม่เนียนอย่างใจเท่าใดนัก โดยใน 100 กรัม ขนมปังชนิดนี้จะมีโปรตีนถึง 11 กรัม และใยอาหารถึง 12 กรัม

5. ครัวซองต์ (Croissant)

ครัวซองต์ ขนมปังฝรั่งเศสในตำนานที่ชาวไทยชื่นชอบเป็นอย่างมาก ด้วยรูปร่างที่น่ารัก น่ารับประทานคล้ายพระจันทร์เสี้ยว (croissant ภาษาฝรั่งเศสแปลว่า พระจันทร์เสี้ยว) สามารถนำมาทำได้ทั้งแซนด์วิช และทาเนยสด แยม ส่วนใหญ่คนไทยมักจะทานแบบเปล่าๆ เพราะกลิ่นที่หอมนุ่มนวล จากเนยสด

แต่ก็มีอีกเรื่องราวหนึ่งที่ขัดแย้งกับความเข้าใจของคนทั่วไป กล่าวกันว่า มารี อ็องตัวแน็ต เจ้าหญิงแห่งออสเตรียในสมัยนั้น ได้อภิเษกสมรสกับพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 จึงต้องย้ายมาอยู่ที่ฝรั่งเศส ด้วยความที่ไม่คุ้นชินกับอาหารฝรั่งเศส เจ้าหญิงจึงให้พ่อครัวทำขนมครัวซองต์ขึ้นมา และเป็นที่นิยมในประเทศฝรั่งเศสในที่สุด

6. ขนมปังบริโอช (brioche)

ขนมปังสัญชาติฝรั่งเศสที่มีส่วนผสมหลักอย่างไข่ไก่ น้ำตาลและเนย ทำให้นุ่มและหอมมาก ว่ากันว่าต้นกำเนิดของบริโอช เป็นสูตรเด็ดของชาวนอร์มัน ที่อาศัยอยู่ในแคว้นนอร์มังดีของประเทศฝรั่งเศสในปัจจุบัน ลักษณะของบริโอชจะมีโดมเล็กๆ ขนมปังบริโอช ยังอยู่ในประวัติศาสตร์ของพระนางมารี อ็องตัวแน็ต (พระราชินีของพระเจ้าหลุยที่ 16 แห่งฝรั่งเศส) ประวัติยาวนานใช่ไหมละ

7. แผ่นขนมปังตอร์ติญ่า (Tortilla)

ลักษณะเป็นแผ่นชนิดแบน โดยต้นกำเนิดมากจากชาวเม็กซิกัน ทำจากแป้งข้าวโพด (Torta) บดกันจนเป็นเนื้อเดียวกันเรียกว่า Mass Harina เรียกว่าชาวเม็กซิกัน แถบอเมริกาใต้นั้นเติบโตมากับเจ้าขนมปังชนิดนี้เลยหละ

8. โรตี (Roti)

ชื่อนี้คงไม่มีใครไม่คุ้นหู หรือรู้จักเพราะเป็นของชาวอินเดียนั่นเอง ขนมปังสัญชาติอินเดียทำจากแป้งข้าวโพด การนวดแป้งโรตี ต้องนวดแล้วพักไว้ให้คงตัว ก่อนจะนำไปทอดในกระทะให้สุกและมีลักษณะแบน ชาวอินเดียรับประทานแป้งนี้ได้กับทุกอาหาร ทั้งคาวและหวาน ผลไม้ ขนมนมเนย ได้หมด เรียกว่า ขนมปังครอบจักรวาลของชาวอินเดียเลย

9. พีต้า (Pita Bread หรือ pide)

ขนมปังชนิดนี้ บ้านเราเห็นคงเรียกง่ายๆ ว่าข้าวเกรียบ แต่มันเพียงคล้ายกันแต่ก็ไม่ใช่หรอกนะ เพราะเขาใช้แป้งและยีสต์เหมือนขนมปังชนิดอื่น โดยอบในอุณหภูมิสูงถึง 370 องศาเซลเซียล เพื่อให้แป้งพองและแห้งกรอบจนเป็นโพรงป่องๆ ตรงกลาง เมื่อนำมารับประทานก็จะมีลักษณะเหนียวนุ่ม แป้งมีความยืดหยุ่น ชาวยุโรป (กรีซ) จะจิ้มกับซอสชนิดต่างๆ ดูน่าอร่อยเชียวละ

10. ขนมปังบาร์แกต (French Bread)

ขนมปังสัญชาติฝรั่งเศส (อีกแล้ว) ลักษณะแข็งและเป็นแท่งยาวๆ หลายคนคงอาจเคยเห็นตามซุปเปอร์มาร์เก็ตว่าเขาเอาไปทำอะไรกัน เพราะมันแข็งมาก ชาวฝรั่งเศสนั้นใช้ขนมปังชนิดนี้ไปรับประทานหลากหลายรูปแบบมาก ทั้งเป็นแซนด์วิชเป็นอาหารเช้า หรือหั่นเป็นแว่น จิ้มกับซอสชนิดต่าง ๆ ขนมปังกระเทียม ฯลฯ

11. ขนมปังพิซซ่าฟอกัชช่า (Focaccia, Pizza Rustica)

ชาวอิตาลีมีขนมปังที่เป็นเอกลักษณ์ ที่เรียกว่า พิซซ่า (Pizza Rustica) โดยมีลักษณะกลมแบน ทำจากแป้ง ยีสต์ เกลือ และน้ำมันมะกอก ส่วนผสมเพิ่มเติมสำหรับปรุงรสคือเครื่องเทศที่หลากหลาย เช่น ชีส มะกอกดอง มะเขือเทศ โรสแมรี่ โดยพิซซ่าสามารถเติมแต่งหน้าได้อีกหลายรูปแบบ ทั้งเนื้อสัตว์และผักต่างๆ เมื่อนำไปอบจนสุกก็นำมารับประทาน หรือทำเป็นแซนด์วิชแบบอิตาเลี่ยนทานกับพาสต้าได้อีกด้วย

12. ขนมปังแท่งกริสสินี (Grissini, Bread Stick)

ขนมปังลักษณะแท่งสีเหลืองนวล ต้นกำเนิดจากประเทศอิตาลี โดยนำแป้งผสมกับน้ำและปั้นคลึงให้เป็นแท่ง และนำไปอบให้กรอบส่วนมากจะพบในเมนูเรียกน้ำย่อยตามร้านอาหารอิตาลี ทานคู่กับแฮมและมะเขือเทศ หรือมอสซาเรลลาชีส (mozzarella cheese)

13. เบเกิล (Bagel)

เบเกิลนั้น ไม่ใช่ “โดนัท” ทำให้หลายคนเข้าใจผิดเพราะมีรูปทรงกลมและมีรูตรงกลางคล้ายโดนัท เบเกิล ได้รับความนิยมอย่างมากในฝั่งอเมริกา แต่ที่จริงแล้วมีต้นกำเนิดจากชุมชนชาวยิวในประเทศโปแลนด์ และได้รับการเผยแพร่ไปยังประเทศอื่นๆ โดยกลุ่มชาวยิวเช่นกัน จุดเด่นของเบเกิลอยู่ที่เนื้อขนมปังที่แน่นและค่อนข้างเหนียว เพราะเบเกิลต้องนำไปต้มก่อนแล้วจึงเข้าเตาอบ ทำให้เกิดเปลือกนอกที่ทำให้ตัวขนมปังไม่ฟูขึ้นในระหว่างการอบ เบเกิลมักถูกหั่นตามขวางและกินแบบแซนด์วิช

14. ขนมปังโดนัท (Donut)

สำหรับโดนัทนั้น จะมีส่วนผสม คือ น้ำตาลทราย ยีสต์ น้ำ นมสด เกลือป่น ไข่ไก่ แป้งสาลีอเนกประสงค์  เนยจืด แป้งโดนัทต้องนวดให้เข้ากัน แล้วจึงพักไว้ นวดผสมกันให้เข้ากันเป็นอย่างดี และจะพองฟูเมื่อนำลงไปทอด โดนัทจึงนิยมทำเป็นขนมหวานหลากหลายรสชาติ

15. ขนมปังฮอตดอก (Hot Dog Bun)

ขนมปังฮอตดอกเป็นขนมปังแนวยาวที่นิยมมากในประเทศสหรัฐฯ มักจะทานกับไส้กรอกลักษณะเดียวกับแซนด์วิช หรือเนื้อวัวและใส่เครื่องปรุงยอดนิยมได้แก่ มัสตาร์ด ซอสมะเขือเทศ ซอสพริก มายองเนส แตงกวา หอมใหญ่ ฯลฯ

ฮอตดอกนั้น ถือกำเนิดมานานกว่า 3,500 ปีแล้วในยุคบาบิโลเนีย มีลักษณะเป็นเนื้อหมักเครื่องเทศ ยัดไว้ในไส้สัตว์ ชาวโรมันเรียกอาหารประเภทนี้ว่า “Salsus” และเป็นที่ของคำว่า “Sausage” หรือไส้กรอกในภาษาอังกฤษ ในยุคกลาง เมืองต่าง ๆ ของทวีปยุโรปได้พัฒนาสูตร รสชาติ และรูปร่างของไส้กรอกของตนเอง และตั้งชื่อไส้กรอกตามชื่อเมืองที่เป็นถิ่นกำเนิด ที่มาฮอตดอก

16. ขนมปังบีซคิท (Biscuit)

หากเราไปพักผ่อนตามโรงแรมต่างๆ ก็จะพบกับขนมปังบิซคิทได้ในเมนูเรียกน้ำย่อยของอาหารเช้า สามารถทานได้ง่ายๆ โดยการทาเนย หรือแยม โดยในภาพเป็นบิซคิทแบบอเมริกัน ส่วนบิซคิทของทางฝั่งอังกฤษจะเป็นแข็งๆ คล้ายคุกกี้ที่เรารู้จักนั่นเอง

17. มัฟฟิ่น (Muffin)

ขนมปังมัฟฟิ่น ทำจากแป้งหมักกับยีสต์จนขึ้นฟู มีลักษณะเป็นก้อนกลมหนาเวลารับประทานจะผ่าครึ่งตามขวาง และนำไปปิ้ง ก่อนที่จะทาเนยแยมผลไม้ และวิปปิ้งครีม สำหรับในบ้านเรามักจะสอดไส้ต่างๆ เข้าไปด้วย เช่น ลูกเกด ช็อกโกแลต บลูเบอรรี่ เพื่อให้มีรสชาติหวานถูกปากคนไทย

18. ขนมปังเบอร์เกอร์ (Burger Bun)

เบอร์เกอร์นั้นนับเป็นนวัตกรรมทางอาหารของชาวอเมริกัน เรามักรู้จักกับคำว่าแฮมเบอร์เกอร์ ซึ่งเป็นหน้าชนิดหนึ่งในขนมปังเบอร์เกอร์ เบอร์เกอร์จะผ่าตามแนวนอนและใส่เครื่องชนิดต่างๆ ลงไป ทั้งผัก หมู เนื้อ ไก่ ฯลฯ

แท้จริงแล้วเบอร์เกอร์ ต้นกำเนิดมาจากเยอรมัน ในเมืองฮัมบูร์ก ในทศวรรษที่ 17 ซึ่งเป็นช่วงที่มีการติดต่อค้าขายกันมาก ชาวรัสเซียนำเนื้อสัตว์ชนิดต่างๆ เข้ามาขายที่เมืองฮัมบูร์ก หลังจากนั้นพวกเนื้อต่าง ๆ ก็เริ่มเป็นที่แพร่หลายในประเทศเยอรมนี จนมาถึงทศวรรษที่ 18 ชาวยุโรปรวมทั้งชาวเยอรมันอพยพย้ายถิ่นฐานไปยังอเมริกา จุดเริ่มกำเนิดของแฮมเบอร์เกอร์จึงเริ่มขึ้นที่อเมริกา

19. ดูรัม (Durum Sourdough)

ขนมปังชนิดนี้ทำจากแป้งสาลีดูรัม ใช้วิธีการหมักแป้งข้ามคืนจนขึ้นฟูจากเชื้อยีสต์ เรียกว่า ซาวเออร์โด ทำให้มีกลิ่นและรสชาติของขนมปังเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ คือ มีเนื้อสัมผัสเหนียวนุ่ม มีกลิ่นหมักออกเหม็นเปรี้ยว และเปลือกภายนอกแข็ง สูตรการหมักซาวเออร์โดตามธรรมชาติ หมักจากแป้งโฮลวีท น้ำผึ้ง และน้ำผสมให้เข้ากัน และปล่อยให้ยีสต์ธรรมชาติทำงานตามระยะเวลาของมัน ซึ่งมันจะปล่อยก๊าซคาร์บอไดออกไซค์ออกมากับแอลกอฮอล์

20. ขนมปังนาน (Naan Bread)

แป้งขนมปังนานต้นกำเนิดจากประเทศอินเดีย มีรสชาติเปรี้ยวนิดๆ ส่วนผสมจะมีแป้ง โยเกิร์ต น้ำมันพืช น้ำตาลทราย นวดและพักจนแป้งขึ้นฟูเรียบร้อยก็เอามาคลึงเป็นแผ่นกลม และนำไปทอดจนสุก ชาวอินเดียมักจะรับประทานกับแกงกะหรี่ แกงเผ็ดต่าง ๆ แซ่บอย่าบอกใคร

ไม่น่าเชื่อเลยใช่ไหมละ ว่าขนมปังที่เราคิดว่าเป็นแค่ “ขนม” กลับมีความหลากหลาย น่ารับทานเกือบทุกชนิด แล้วยังนำมาทำเป็นอาหารสารพัดทั้งคาวหวาน เรียกน้ำย่อย เยอะจนเลือกไม่ถูกเลยว่าวันนี้จะทานขนมปังอะไรดี!

อ้างอิง : 7els.com, wegointer.com

สอบถาม